~ happyness ของจริงต้องตัว y ~

posted on 02 Mar 2007 21:42 by karaveak
" It is based on the true story " เขาโฆษณาไว้อย่างนี้ ทั้งในเว็บ ในบิลบอร์ด หรือแม้กระทั่งตอนเริ่มต้นของเรื่อง

ที่ quote ประโยคข้างบนมาไว้ตอนเริ่ม เพราะมันเป็นประโยคที่เป็นตัวช่วยให้เกิดการตัดสินใจไปดูหนังเรื่อง The pursuit of happyness

ตอนที่อ่านเนื้อเรื่องย่อนั้น คิดอยู่ในใจว่าหนังน่าจะแบ่งเป็น 3 เฟสใหญ่ ๆ คือ เฟสที่คริส (พระเอก) กำลังตกงาน ย่ำแย่ เฟสที่คริสกำลังพยายามหางานใหม่ทำ และเฟสสุดท้ายคือเฟสที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งน่าจะเป็นบล็อคกิ้งทั่วไปของหนังสไตล์นี้

แต่พอดูจนจบแล้วปรากฎว่าไม่เป็นอย่างนั้นแฮะ หนังแสดง 2 เฟสแรกอย่างเข้มข้น หนักหน่วง บีบคั้น แต่มีเฟสสุดท้ายมาติ่งนิดเดียว..... แต่ผมชอบไอ้ติ่งนี้มากมาย

คุณ ๆ ลองนึกกันเล่น ๆ ว่า ถ้าคุณต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ในชีวิต ขนาดไม่มีเงินติดตัวสักบาท ไม่มีที่นอน เมียทิ้ง ไม่มีงานทำ ไม่มีทางหาเงิน มีหนี้สินรอบด้าน ต้องพยายามหางาน หาเงินมาเลี้ยงดูตัวเองและลูก เป็นอย่างนี้อยู่เกือบครึ่งปี

แล้วจู่ ๆ ความพยายามของคุณเกิดเป็นจริงและสำเร็จขึ้นมา คุณจะแสดงอาการดีใจอย่างไร.... คนแรกที่คุณนึกถึง ณ ชั่ววินาทีนั้นจะเป็นใคร....

ผมว่าฉากนี้เป็นอะไรที่สุด ๆ ฉากหนึ่ง ทำเอาคนดูน้ำตาซึมได้พอสมควร



อีกอย่างหนึ่งที่ชอบในหนังเรื่องนี้คือ gimmick ที่ซ่อนอยู่ในหนังอย่างมากมาย

อย่างชื่อของหนังเนี่ย ก็ไม่ได้นั่งเทียนเขียนขึ้นมา แต่เป็นบางส่วนของคำประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังบอกเป็นนัย ๆ ว่า ความสุขเนี่ยเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องใช้ความพยายามควานหาเอาเอง

หรืออย่างเช่นคำว่า happyness นี่ก็ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา..... จงใจเขียนกันให้ผิดเสียอย่างนั้น

หนังไม่ได้เฉลยหรือส่งสารมายังผู้ชมอย่างเราเลยว่ามันมีความหมายที่จะต้องเขียนผิดอย่างไร ผมลองค้น ๆ ดูความหมายหรือคำอธิบายใน dictionary ก็ไม่พบ

ลองคิดเล่น ๆ ดูว่า จริงแล้วมันอาจไม่สำคัญก็ได้ว่ามันจะสะกดอย่างไร.... ขอให้มันเกิดขึ้นจริง ก็เท่านั้นพอ... จริงรึเปล่านะ...

อยากให้ลองไปดูกัน




.................................

วันนี้มีเรื่องไม่ค่อยดีเกิดขึ้นนะ พ่อเราัขับรถชน โชคดีที่ตัวไม่เป็นไร แต่รถเราและคู่กรณีเสียหายมากมาย... เฮ้ออออ

มีเรื่องตั้งแต่ต้นปีทีเดียว...

T T

Comment

Comment:

Tweet

นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้ดูหนัง
ดีเบสที่น่าน
ตอนนี้ก็ฉายแต่ตำนานสมเด็จพระนเรศวรเรื่องเดียว
มาสองเดือนกว่าๆ แระ

#13 By ไปกะเป้ on 2007-03-10 14:39

ดีที่พ่อไม่เป็นอะไรนะครับ
................................

ส่วนเรื่องหนังอยากดูมาก แต่ยังไม่ได้เข้ากรุงเทพฯเลย ศุกร์นี้กลับไปแล้วจะไปดู

ยังไม่ได้ดู
และคงไม่ได้ดู
รอUBC

#11 By เจ้าขาว on 2007-03-05 20:27

ดูแล้วจะร้องไห้ไหมล่ะเนี่ย
ติดตามชมที่ jennessa.net ต่อไปนะคะ เอาไว้จะขั้นตอนสำหรับการสร้าง blog ของตัวเองแบบเจนเนสซ่าค่ะ

#9 By เจนเนสซ่า on 2007-03-05 11:50

ยังดีที่ความเสียหายเกิดที่วัตถุ มิใช่กับตัวบุคคล.....
มีนัยอีกอย่างที่อยากแนะนำสำหรับคนที่ไปดูมาแล้ว...(เคยอ่านจากบทวิจารณ์มาน่ะ) เค้าบอกว่า ในเรื่องจะเห็นฉากประตูเยอะมาก (ถ้าสังเกตอ่ะนะ)...เค้าจะสื่อถึง โอกาสที่ตัวละครได้รับ... ว่าคนเราไม่ว่าจะเจอสิ่งที่แย่มากมายขนาดไหน ..เค้าก็ยังมีโอกาส แต่หลังจากเดินผ่านประตูบานนั้นไปแล้ว..จะล้มเหลวหรือสำเร็จก็ขึ้นกับความพยายาม+โชคชะตาแล้วล่ะ (คือว่าเรายังไม่ได้ดูเหมือนกานน่ะ) อยากดูมากเลย

#8 By >_< (58.64.127.237) on 2007-03-04 12:37

หนังน่าสนใจอีกแล้ว ไม่มีเวลาไปดูเลย

เสียใจเรื่องอุบัติเหตุด้วยนะครับ ยังดีที่ไม่มีการสูญเสียมากกว่าเงินทอง
โอวว โชคดีแล้วค่ะ ที่ไม่บาดเจ็บอะไร

อยากดูเรื่องนี้เหมือนกัน อาทิตย์ที่แล้วเพิ่งดู Babel งงมากมาย

#6 By เจนเนสซ่า on 2007-03-03 23:11

ผมก็ยังไม่ได้ดูเลย
หนังเขาดีมากๆ
ดู trailerแล้วน้ำตาซึม สอบเสร็จต้องไปดูให้จงได้


เสียใจเรื่องอุบัติเหตุด้วยครับ สิ่งดีๆอาจจะกำลังตามมาอยู่ก็ได้

#4 By ปลาทอง on 2007-03-03 21:16

ดู trailerแล้วน้ำตาซึม สอบเสร็จต้องไปดูให้จงได้


เสียใจเรื่องอุบัติเหตุด้วยครับ สิ่งดีๆอาจจะกำลังตามมาอยู่ก็ได้

#3 By ปลาทอง on 2007-03-03 21:14

ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ
ล่าสุกพึ่งดู music and lyrics
หนังน่ารักดี ไว้คงต้องหาเวลาไปดู
เรื่องนี้มั่งแล้ว

#2 By sofa on 2007-03-03 11:11

เรื่องนี้อยากดูเหมือนกันอะ...
แต่ท่าทางน่าจะอด Y_Y
หาคนไปดูด้วยอยู่เนี่ย....อิอิ
-----------ว่าแต่ว่า อย่าเครียดมากนะจ๊ะ..เจ๊เปนห่วงงงง

#1 By memee (58.9.15.239) on 2007-03-03 00:45