โดนหลาย ๆ คนแซวว่า หลังจากที่เขียนตอน "blog นี้สีฟ้า" ไป แล้วก็หายหน้าหายตาไปเลย แถมด้วยคำแนะนำน่ารัก ๆ มาว่าถ้าจะเขียนอะไรต่อควรจะเขียน "blog นี้ผีสิง" ซะเลยจะได้เข้าทีกัน

คิดไปคิดมาเริ่มกลัวหยักไย่ขึ้น เลยขอแวะมาปัดฝุ่นซะหน่อย


วันอาิทิตย์ที่ผ่านมาเพิ่งจะเคยไปตลาดน้ำวัดดอนหวายเป็นครั้งแรกครับ ตื่นตาตื่นใจพอสมควร ดูน่าสนุกกว่าตอนนั่งหา้ข้อมูลการเดินทางผ่านทางหน้าจอเป็นไหน ๆ

จากการประมาณด้วยสายตา ถือเป็นตลาดขนาดกลาง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน (ชื่อของราชการ) ทำทางเดินเป็นซอยขนาดพอเหมาะ มีร้านขายของอยู่สองข้างทาง เห็นว่าของมีชื่อของที่นี่คือเป็ดพะโล้นายโอ กับขนมไทยโบราณของแม่อะไรสักท่านหนึ่งนี่แหละ ปริมาณคนที่คับคั่งในตอนสายของวันอาทิตย์ เล่นเอาที่นี่แคบไปทีเดียว

ยืนงง ๆ อยู่สักพัก ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดี แต่แล้วก็เิริ่มเอาตัวอวบ ๆ แทรกเข้าไปในกระแสชน แล้วปล่อยให้เราลอย ๆ ไหล ๆ ตามเขาไป

ทีแรกตั้งใจว่าจะไปเดินชิม ๆ อะไรให้พอหอมปากอิ่มท้อง ชักภาพเป็นที่ระลึกสักเล็กน้อย แล้วก็จะออกเดินทางไปยังที่อื่นต่อ แต่ระหว่างที่เดินชิมไปถ่ายไปอยู่นั้น ก็มีเซลล์ของเรือล่องแม่น้ำเข้ามาตีสนิท

"ล่องแม่น้ำท่าจีนไหมครับ มีบ้านไทยโบราณ วังปลา บรรยากาศดีมากเลย ไปถึงโรสการ์เด้นนู่นเลยนะครับ ราคากันเอง"

"ไม่ครับ..." ผมตอบยิ้ม ๆ ก่อนทำท่าจะเดินเลี่ยงมา

"ทำไมล่ะครับ แม่น้ำสวยมากเลยนะครับ ถ้ายังไม่เคยไป อยากให้ลองดูสักครั้งนะครับ"

ผมคิดในใจว่า อย่างไรก็ไม่เอาด้วยแน่ ๆ เพราะเห็นรูปจากคนที่เคยไปมาแล้วก็งั้น ๆ ไม่เห็นจะมีอะไรนอกจากแม่น้ำธรรมดา ๆ

แต่ก่อนที่จะได้ตอบว่า "ไม่" ออกไปอีกที พลันเหลือบไปเห็นคุณพ่อผมทำท่าสนใจไม่น้อย สุดท้ายคงจะเดากันได้นะครับ ว่าผลจะออกมาในรูปแบบไหน

ผมควักสตางก์ค่านั่งเรือล่องแม่น้ำไปสำหรับ 1 ครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ช่วยกันเลือกเมนูอาหารที่จะไปเสริฟบนเรือกันอย่างเมามันส์ นั่นก็น่ากิน นี่ก็น่าอร่ิอย ปาเข้าไป 7-8 อย่าง แล้วก็ค่อย ๆ เดินลงเรือไปอย่างเป็นระเบียบ

เรือลำนี้ออกตรงเวลาเป๊ะครับ บอกว่า 11 โมง ก็ 11 โมงพอดี ไม่มีขาด-เกิน เริ่มต้นการเดินทาง ด้วยการแนะนำตัวของผู้บรรยายวัยรุ่น ร่างท้วม ผมยาวประบ่า แถมพูดเก่งเป็นต่อยหอย.... ก็มันอาชีพของเขานี่


พี่ไกด์ท่านนี้อารัมภบทให้เรารู้ความเป็นมาของตลาดน้ำดอนหวายที่มีอายุเก่าแ่ก่กว่า 100 ปี มีของขายขึ้นชื่อสารพัด บรรยายถึงประวัติความเป็นมาของวัดดอนหวาย เล่าให้ฟังถึงบรรยากาศของชุมชนริมสองฝั่งแม่น้ำ

"ฝั่งตลาดนี่เขาอยู่กันแบบคนเมืองครับ ส่วนมากจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม บ้านติดกันไม่ยักจะรู้จักกัน ตัวใครตัวมัน คนฝั่งนี้ส่วนมากจะเป็นนายทุนที่มากว้านซื้อที่ ส่วนอีกฝั่งจะเป็นชุมชนของคนพื้นที่ตั้งแต่เดิม รู้จักกันหมด เอื้อเฟื้อกัน แต่ละบ้านไม่ต้องมีรั้วกั้น ถ้าใครอยากจะมาอยู่บ้านฝั่งนี้ ไม่ต้องใช้เงินซื้อที่ แต่ต้องมาเป็นเขยเป็นสะใภ้เอา...."

"สังเกตแม่น้ำฝั่งขวามือของท่านนะครับ จะมีการปลูกผักบุ้งเต็มไปหมดเลย นี่เป็นอาชีพหลักของคนริมน้ำฝั่งนี้ วิธีปลูกไม่ยากครับ เอาไม้ไผ่มาปัก เอาัพันธุ์มาปล่อย แล้วนั่งรอตัดขาย เห็นบ้านนี้ไม๊ครับ เฉพาะรายได้ปลูกผักบุ้งนี่ได้เดือนเป็นหมื่น รายได้ดีอย่างนี้ ทำไมฝั่งตรงข้ามไม่ปลูกบ้างล่ะครับ... มีใครทราบไหม"

แกหยุดหายใจ ให้ลูกทัวร์ได้พูดบ้าง...

"แน่ะ ไม่มีใครสบตาผมเลย เพราะริมแม่น้ำฝั่งนี้เป็นฝั่งคุ้งน้ำครับ น้ำจะไหลแรง ทำให้ผักบุ้งโย้ไปเย้มา กระแสน้ำที่นี่ขึ้น ๆ ลง ๆ วันละ 4 รอบ ผักบุ้งที่ได้มันก็จะเหนียว เวลาเคี้ยวก็ไม่ค่อยจะขาด" นั่น... สัมผัสใน-นอก มาครบครัน

"ผมกำลังบรรยายอยู่ ทำไมท่านไปสนใจบ้านหลังนั้นครับ มีอะไรดีนอกจากบ้านสวย ดูดี ร่มรื่น..." เขากำลังพูดถึงบ้านสีขาวหลังงามสไตล์ยุโรป ที่มีสนามหญ้าล้อมรอบ

"บ้านหลังนี้ผมไม่รู้จักว่าใครเป็นเจ้าของนะครับ รู้แต่ว่าเป็นหมอ และใจดี พูดอย่างนี้ท่านอาจจะงง ว่าทำผมไม่รู้จักแล้วรู้ว่าเขาใจดี ที่รู้ก็เพราะว่า บ้านหลังนี้หมอเขาปลูกไว้ให้คนใช้กับคนสวนอยู่ครับ ปีหนึ่ง 365 วัน แกจะมาอยู่ไม่เกิน 3-4 วันเท่านั้น ท่านอยากมาอยู่บ้างไหมครับ..."

สักพักระหว่างที่บรรยายอยู่ก็มีเรือนำล่องแม่น้ำลำหนึ่งสวนมา...

"ท่านเห็นเรือลำนี้ไหมครับ เป็นเรือนำล่องแม่น้ำลำแรกของย่านนี้เลย เริ่มกิจการมาเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว ตอนเริ่มนะครับ มีคนนั่งอยู่ 2 คนเท่านั้น ไม่ใช่ลูกค้านะครับ คนขับกับเด็กประจำเรือ บางวันโชคดีหน่อย ก็มีลูกค้าคนสองคน เป็นอย่างนี้อยู่หลายปี กระทั่งวันหนึ่งทูลกระหม่อมหญิงท่านเสด็จทอดพระเนตร และใช้เรือลำนี้เป็นเรือพระที่นั่ง เลยทำให้เรือนี้เป็นที่รู้จัก และมีคนเริ่มมาใช้บริการมากขึ้น..."

"ตอนนี้ผมพาทุกท่านมายังวังปลาหน้าวัดไร่ขิงแล้วนะครับ ขอเชิญทุกท่านซื้อขนมปังให้ปลาได้เลยนะครับ เมื่อเช้าผมอ่านนสพ.มาว่า คนที่เกิดวันจันทร์ อังคาร พุธ และพฤหัส ต้องทำบุญด้วยเลขคู่ 2 4 6 ส่วนคนที่เกิดวัน ศุกร์ ถึงอาทิตย์ ให้ทำบุญด้วยเลขคี่ 3 5 7 ที่นี่เค้าไม่นิยมทำบุญด้วยเลขหนึ่งนะครับ...."

บรรยายเก่ง และขายของเก่งด้วย

"นั่นแหละครับ โยน ๆ ไปเลยครับ ขนมปัง 1 แถวมี 4 ก้อน ปลาที่นี่กินทีละก้อนนะครับ โยนไปที่ละก้อนเลยครับ นั่นแหละ.. ถ้าคุณพี่ไม่สะใจ โยนไปทั้งแถวเลยครับ ทรมานปลาดี นั่นแหละครับ อย่างนั้น อ้อแต่ต้องบอกคุณพี่กันก่อนนะครับ ว่าปลาที่นี่ไม่กินโทรศัพท์มือถือแล้วนะครับ เพราะอาทิตย์นี้มีตกไป 4 เครื่องแล้ว ตอนนี้การสื่อสารของปลาที่นี่ถือว่าอยู่ในระดับดี แต่ถ้าใครอยากทำบุญจริง ๆ ขอเป็นที่ชาร์จน่าจะดีกว่า..."

อ่านแล้วเพลินไหมครับ...

ขนาดผมพิมพ์เอง ผมอ่านแล้วยังเพลินเลย พาให้คิดไปถึงตอนอยู่ในเรือ พี่ไกด์คนนี้ทำให้ผมเพลิดเพลินกับบรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำ จนลืมความคิดที่ไม่อยากลงเรือตั้งแต่แรกไปเลย

พลันให้คิดถึงคำที่ฝรั่งบอกว่า เรื่องราวนั้นมีพลังเสมอ

ผมลองนึก ๆ ดูว่าถ้าไม่มีพี่ไกด์คนนี้มาบรรยายให้ความรู้ เล่าถึงทุก ๆ ที่ ที่เรือแล่นผ่านไปแล้ว ผมชักเริ่มไม่แน่ใจว่า จะยังเพลิดเพลินเหมือนที่ผ่านมารึเปล่า ผมอาจจะได้เห็นบ้านไทยโบราณฟากหนึ่ง โรงงานอีกฟากหนึ่ง แต่ก็ไม่รู้ความเป็นมาเป็นไป ผมคงได้เห็นผักที่ลอยเกลื่อนผิวน้ำด้านหนึ่งแต่ไม่เข้าใจวิถีอะไรเลย

อยากบอกว่าค่าลงเรือล่องแม่น้ำคนละ 100 บาทครั้งนี้ คิดว่าเป็นค่าเรือจริง ๆ ไม่น่าจะเกิน 20 บาท ค่าแรงอีก 20 บาท ที่เหลือเป็นค่า "เรื่องราว" ที่ออกจากปาก "คนเล่า" บนเรือนั่นแหละครับ

ไม่ว่าจะเป็นสถานที่, สิ่งของ, บุคคล, หรือเรื่องอื่น ๆ ในชีวิต "เรื่องราว" ถือเป็นสิ่งสำคัญทั้งนั้น

ถ้าไม่มีเรื่องราว วันนี้หอไอเิฟิลคงเป็นแค่เศษเหล็กรกหูรกตา หรือภาพโมนาลิซ่าก็คงเป็นแค่รูปผู้หญิงธรรมดา ๆ รูปหนึ่งเท่านั้น นี่คงเป็นเพราะเรื่องราวที่ทำให้สิ่งเหล่าี้นี้มีคุณค่าทั้งทางความรู้สึกและตัวเงิน

แต่การมีเรื่องราวไม่ได้จบแต่เพียงตัวเรื่องที่ถูกนำมากล่าวถึงเท่านั้น แต่มันยังเป็นสื่อกลาง ระหว่างสิ่ง ๆ นั้น กับ "ความรู้สึก" ที่ใครต่อใครมีต่อสิ่งของ สถานที่ หรือคนต้นเรื่องเหล่านั้นด้วย

แหวนวงเล็ก ๆ ที่ห้อมล้อมพื้นที่ส่วนหนึ่งของนิ้วนางข้างซ้ายของใครหลาย ๆ คน อาจเป็นบทสรุปของเรื่องราวในช่วงหนึ่ง และเป็นสื่อยึดเหนี่ยวหรือเป็นตัวแทนความรู้สึกที่คนสองคนมีต่อกัน

ตึกเีรียนเล็ก ๆ แคบ ๆ ธรรมดา แต่กลับมีเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากมายในช่วงเวลาเพียงหายใจผ่านและมักถูกใช้เป็นกล่องเก็บความทรงจำดี ๆ สำหรับใครหลาย ๆ คน

ว่าก็ว่าเถอะแม้เรื่องราวและความรู้สึกแลดูว่าจะต้องอยู่ควบคู่กันไปตลอด แต่แท้จริงแล้ว มันมีสิ่งหนึ่งที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

คือไม่ว่าจะนานแค่ไหน เรื่องราว ก็ยังคงเป็นเรื่องนั้นเรื่องเดิมไม่แปรเปลี่ยน แต่ความรู้สึกต่อเรื่อง ๆ นั้นนี่สิ กลับแปรเปลี่ยนได้เรื่อยไป...


ถ้าการล่องเรือวันนั้น คนสื่อสารไม่ใช่พี่ไกด์นักพูดคนนี้ ก็ไ่ม่แน่ว่าผมจะยังเพลิดเพลินกับสองฝั่งแม่น้ำเหมือนที่ผ่านมา


สุขสันต์วันอัพบล็อกของผมครับ :)

Comment

Comment:

Tweet

กู เกลียด ครู วัดดอนหวาย แม่ง เรื่อง มาก . .

โดย เฉพาะ ไอ เหี้ย มี . .

สัส แม่ง เรื่อง มาก . . .

จ๊ หั้ย กู จบ ก็ ไม่ จบ . .

สัส กู จ๊ ตบ หั้ย เกรียน แตก เรย . .

เด๋ว กู จบ ก่อน น๊ สัส . . จ๊ ดัก ตี หัว แตก เรย . .

กูเด็ก ม.2/5 ฝาก บอก ไอ่ มี ด้วย ระวัง ไว้ น๊ สัส ..

กู เดือด . . .

#18 By sthyrsth (49.48.211.163) on 2011-04-26 15:04

แวะมาเยี่ยมครับ.big smile

#17 By viwat (112.143.48.124) on 2009-07-09 10:02

tongue tongue tongue tongue angry smile angry smile

#16 By ว่าส (58.147.50.30) on 2009-01-13 10:22

ควย

#15 By เนสด (58.147.50.30) on 2009-01-13 09:57

คิดถึงการเวก...
คิดถึงการเวก...

ไม่ได้อัพนาน กลับมาแวะเข้าหา(?) อ่านแล้วยังทำให้อมยิ้มกับความน่ารักของตัวหนังสือเช่นเดิม

วันนี้จะแวะมาบอกว่ากลับมาอัพบล็อกอีกหนแล้วนะครับ หลังจากหายไปนาน



ปล. อยากเห็นหน้าไกด์จริง ๆ
ชอบ"เรื่องราว"ที่เป็นเรื่องเป็นราวของคุณจริงค่ะ
อ่านแล้วมีพลัง ^^
เพลินด้วย
ขอบคุณน่ะค่ะ
ขอบคุณที่มาเล่า"เรื่อง"ให้ฟังกันนะครับ

สงสัยว่าต้องอัดเทปมานั่งแกะแน่ๆ ละเอียดยิบเลย
สงสัยว่า ...คงนั่งเรือลำเดียวกันแน่เรย...ก่อนนี้เคยไป อ่านแล้วเหมือนไปรอบสองเรยอ่า ...><

#11 By >_< (58.64.49.220) on 2007-08-10 15:35

เอ...ไม่เคยไป เคยไปแต่ดำเนินสะดวก
แต่อาทิตย์ก่อนไปตลาดคลองสวน 100 ปี ชอบเหมือนกันค่ะ

#10 By แมงปอ on 2007-08-09 16:55

ประสบการณ์น่าจดจำครับ ต้องหาโอกาสไปมั่งซะแล้ว

#9 By oam on 2007-08-09 11:26

อ่านแล้วก็พาลให้นึกว่า
เรื่องที่อ่านวันนี้จะสนุกมั้ย ถ้าคนเล่าไม่ใช่ การเวก
เดี่ยวไมโครโฟนจะเป็นยังไง ถ้าไม่มีโน๊ตอุดม

ขอบคุณแมสเซ็นเจอร์ฝีมือดี ที่ส่งเรื่องดีๆ มาให้เราได้อ่านกันทุกทีครับ

#8 By kingkong12 (125.24.4.85) on 2007-08-09 04:36

อ่านแล้วยังมันตามไปได้เลยนะนี่
สวัสดีค่ะ
แวะมาทักทายเหมือนกัน ตอนนี้สบายดี
เท่าที่อ่านๆดูแล้ว พี่ก็น่าจะสบายดีเหมือนกันเนาะ?

#7 By yerenemy on 2007-08-09 00:39

แหม
คุณก็ยังอุตส่าห์จำมาทุกถ้อยกระบวนความแสดงว่าพี่เขาพูดได้ตราตรึงใจจริงๆ
อ่านเพลินซะเห็นภาพเลยทำให้อยากไป
แต่เราน่ะชอบของกินที่สุด

#6 By sofa on 2007-08-08 18:05

ไปล่องเรือเรื่องมาเล่าก็เลยเป็นคุ้งเป็นแควเลย 555

แปลกเนาะ แม่น้ำ กลายเป็นการแบ่งแยกความตัวใครตัวมัน กับ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน

อยากเห็นรูปครับ อิอิ

#5 By ไปกะเป้ on 2007-08-08 12:54

เรื่องราวในแต่ละเรื่อง อยู่ที่คนเล่าเรื่องด้วย..ว่าจะสามารถสื่อสารออกมาในรูปแบบใด..

เรื่องนี้อ่านเพลินเชียวค่ะ..

#4 By 12345 on 2007-08-08 10:55

เคยไปเหมือนกันค่ะ ลงเรือจากวัดไร่ขิงไปตลาดดอนหวาย ค่าเรือ 30 บาทเอง ขำๆค่ะ แต่ชอบบรรยากาศมากเลยนะคะ แม่น้ำชิวๆ ลมเย็นๆ อยากไปอีก
บ้านแอ้มอยู่อีกฝั่งเยื้องของตลาดดอนหวายน่ะคะ
หน้าบ้านปลูกผักบุ้ง อิอิ

สงสัยแอ้มต้องไปลองนั่งเรือบ้างแล้วมั้ง
เพิ่งรู้ว่าเค้าบรรยายกันแบบนี้นี่เอง
คนถึงได้มาเยอะทุกอาทิตย์เลย
555+

#2 By ~--๏~* Cally*~๏--~ on 2007-08-08 09:44

เคยไปเหมือนกัน แต่ไม่ได้ลงเรืออ่ะ
ไกด์คนนั้นน่าจะพูดเก่งมั่ก ๆ เลยนะครับ พูดซะเรื่องราวมากมายเลย

สุขสันต์วันอัพบล็อกเช่นกันครับ

#1 By peterz on 2007-08-08 00:42