เนื้อความทั้งหมดทั้งปวงด้านล่างนี้คัดมาจากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับประจำวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
อ่านแล้วได้แต่ถอนหายใจ... เฮ้อออประเทศไทย
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
“รัฐสภา เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดสัมมนาเรื่อง ‘บทบาทและหน้าที่ของ ส.ส.’ เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนราษฎร มี ส.ส.เข้าร่วมสัมมนาคับคั่ง
การสัมมนาคึกคักขึ้นเมื่อเข้าเรื่อง สิทธิประโยชน์และค่าตอบแทนของ ส.ส. โดยมีนางศุภมาส น้อยจันทร์ รองเลขาธิการสำนักงานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ส.ส.ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ๖๒,๐๐๐ บาท และได้เงินเพิ่ม ๔๒,๓๓๐ บาท รวมเป็นเงิน ๑๐๔,๓๓๐ บาท โดยสิทธิที่จะได้รับเงินประจำตำแหน่ง เริ่มตั้งแต่วันปฏิญาณตนเข้ารับหน้าที่
นอกจากนี้ สมาชิกแต่ละคนสามารถตั้งผู้ช่วยดำเนินงานได้จำนวน ๕ คน ได้รับอัตราค่าตอบแทน ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อคน-ต่อเดือน อีกทั้ง ส.ส.ยังสามารถตั้งผู้เชี่ยวชาญประจำตัวได้จำนวน ๑ คน โดยมีค่าตอบแทน ๒๐,๐๐๐/เดือน
ดังนั้น ค่าใช้จ่ายสำหรับ ส.ส.๑ คน ตกเดือนละ ๑๗๔,๓๓๐ บาท รวม ๔๘๐ คน เป็นเงินเดือนละ ๘๓,๖๗๘,๔๐๐ บาท หรือปีละ ๑,๐๐๔,๑๔๐,๘๐๐ บาท
รวมถึงมีเงินประกันสุขภาพให้ ส.ส.ปีละ ๒๐,๐๐๐ บาท/ปี ในส่วนการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่นั้น ส.ส.จะได้สิทธิ์ที่ได้รับใบเบิกทางเริ่มตั้งแต่วันปฏิญาณตน โดยสามารถเดินทางไปปฏิบัติราชการโดย
๑.เครื่องบิน
๒.รถไฟ มีผู้ติดตามได้ ๑ คน
๓.รถยนต์ (บ.ข.ส.) มีผู้ติดตามได้ ๑ คน
หลังชี้แจงเสร็จมี ส.ส.จากพรรคต่างๆ ลุกขึ้นสอบถามถึงสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับเพิ่มเติม โดยเฉพาะ ส.ส.จากพรรคพลังประชาชน ซึ่งนำโดยนายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ส.ส.ชัยนาท ที่ได้เรียกร้องให้มีการเพิ่มจำนวนผู้ช่วย ส.ส.ให้มากกว่า ๕ คน และเพิ่มผู้เชี่ยวชาญส่วนตัวมากกว่า ๑ คน รวมทั้งขอให้มีการจัด ‘คนขับรถประจำตำแหน่ง’ ให้ ส.ส.แต่ละคนด้วย
แต่นางศุภมาสได้ตอบว่า หลักเกณฑ์ที่ทางสำนักเลขาฯ ได้ชี้แจงต่อสมาชิกในวันนี้ เป็นหลักเกณฑ์ที่ยึดถือปฏิบัติมาเป็นเวลานาน และเห็นว่ามีความเพียงพอ หากสมาชิกหลายคนเห็นว่าอยากจะให้มีการปรับปรุง ก็ควรจะเสนอในกรรมาธิการยกร่างระเบียบการประชุมและข้อปฏิบัติในสภาฯ
นอกจากนี้ สมาชิกจากพรรคพลังประชาชนลุกขึ้นสอบถามเรื่องการประกันสุขภาพ ที่ตามระเบียบกำหนดให้ ๒๐,๐๐๐ บาท/ปี หากเกิดการปฏิวัติขึ้นเหมือนที่ผ่านมา สิทธิประโยชน์จะหายไปเลยหรือไม่ และจะกลับไปรับสิทธิประโยชน์ได้หรือเปล่า ซึ่งนางศุภมาสได้ชี้แจงว่า
หากเกิดการปฏิวัติขึ้น สิทธิประโยชน์ต่างๆ จะสิ้นสุดไปตามอุบัติเหตุทางการเมืองทันที และไม่เฉพาะแค่การปฏิวัติเท่านั้นที่ผลประโยชน์จะสิ้นสุด แต่รวมถึงอุบัติเหตุทางการเมืองอื่นๆ ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.พรรคพลังประชาชน ยังเดินหน้าสอบถามถึงสิทธิประโยชน์ของตัวเองอย่างไม่หยุดหย่อน แม้กระทั่งเรื่องค่ารถยนต์ที่จะเดินทางไปสนามบินในจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงค่าน้ำมันในภารกิจต่างๆ นายชัยวัฒน์ถามว่า ค่ารถในวันเดินทางมาปฏิญาณตนสามารถเบิกจ่ายได้หรือไม่ ซึ่งนางศุภมาสปฏิเสธว่าไม่สามารถเบิกได้ เพราะเงินเดือนที่จ่ายไปนั้นได้เหมารวมค่าที่พักไปแล้ว
ด้านนายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคชาติไทย ได้เสนอหนทางช่วยรัฐสภาประหยัดงบประมาณ กรณีการแจกคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กว่า ไม่ควรซื้อใหม่ทุกปี ควรจะนำเครื่องเก่ามาให้ ส.ส.ใหม่ใช้ เพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน แต่นางศุภมาสได้ชี้แจงว่า คอมพิวเตอร์ที่ ส.ส.ชุดที่แล้วได้รับคืนมาเพียงบางส่วน แต่ยังมีอีกหลายสิบเครื่องที่ ส.ส.ยังไม่ได้คืน โดยทางสำนักเลขาฯ ได้ทำจดหมายทวงไปหลายรอบแล้ว แต่ ส.ส.เหล่านั้นก็ยังนิ่งเฉย ขณะที่อีกหลายสิบเครื่องพัง ทำให้เกิดปัญหาในการเบิกจ่าย ดังนั้น การสั่งซื้อใหม่ทั้งหมดน่าจะสะดวกมากกว่า
สำหรับความคืบหน้าในการจัดหาคอมพิวเตอร์ให้กับ ส.ส.ใหม่ล่าสุด สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดทำร่างขอบเขตทีโออาร์ (TOR) เพื่อจัดหาคอมพิวเตอร์พกพาจำนวน ๔๘๐ เครื่องให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ โดยกำหนดให้บริษัทที่ประมูลงานได้จะต้องจัดส่งเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สำนักเลขาฯ ภายใน ๓๐ วัน
อย่างไรก็ตาม งบประมาณในการจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาครั้งนี้ใช้ไปทั้งหมด ๒๕,๓๐๐,๐๐๐ บาทถ้วน.”
-------------------------------------------------------------------------------------
เฮ้อ ประเทศไทย...
หายเงียบไปเลย สบายดีอยู่ใช่ไม๊